รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ฉันดีใจที่สามารถพูดคุยกับคุณ ด้วยเสียงที่ชัดเจนในวันนี้ เพราะฉันอยู่บนโลกนี้ แน่นอนว่าตัวตนที่สูงกว่าของฉัน นั้นอยู่ในที่ที่สูงกว่า แต่ฉันไม่ได้อยู่ ในสภาวะสมาธิ หรือสมาธิขั้นลึก ๆ ที่ฉันต้องตื่นรู้ในโลก ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งต้องใช้ความพยายามพอสมควร ไม่ใช่ความพยายามที่จะอยู่ ในที่สูงกว่า แต่เป็นความพยายามที่จะรักษาสมดุล ระหว่างที่สูงกว่า ในสวรรค์ชั้นสูงกับ ที่ต่ำต้อยบนโลกนี้ โลกที่หนักอึ้ง – ยากมาก และฉันเพิ่งพูดไปว่า “โอเค ตอนนี้ฉันต้องไปแล้ว เพราะฉันมีประชุมต่อ" มีการประชุมระหว่างพระเจ้า กับพุทธะกษัตริย์บางพระองค์ จากนั้นเราก็ได้หารือกัน... ที่จริงแล้ว พระเจ้า และพุทธะกษัตริย์ทรง กำลังสนทนากันอยู่ และฉันลังเลที่จะนำเสนอข่าวนี้ พร้อมกับข่าวฟลาย-อิน วันนั้นหรือหลังจากนั้น เพราะมีบางเรื่อง… ซึ่งบางเรื่องเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่บางทีฉันอาจจะบอกคุณอยู่ดี เพราะถ้าฉันไม่บอกคุณ แล้วใครจะบอกคุณล่ะ? ใครจะไปรู้ได้? ดังนั้น แม้หลังจากได้ คุยกับชาวสุนัขจิ้งจอกแล้ว ฉันก็อาจจะยังคง ลังเลใจอย่างมาก ๆที่จะ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ การประชุมกับพระเจ้าและ เหล่าพุทธะกษัตริย์อยู่ดี แต่ฉันก็ยังจะพิจารณาดู อาจจะทำอย่างนั้นก็ได้ บางทีฉันอาจจะละเว้นประเด็นที่ ละเอียดอ่อนบางเรื่องไป และเล่า ให้คุณฟังเพียงบางประเด็นเท่านั้น และหนึ่งในประเด็นที่หารือกัน ในการประชุมครั้งนั้นก็ คือ พุทธะกษัตริย์บางพระองค์ พยายามช่วยเหลือฉัน ในการกำจัดผีก่อกวน ตอนนี้เหลืออยู่ไม่มากแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น แม้จะเหลือ แค่สามหรือห้าคน พวกเขา ก็ยังสร้างความเดือดร้อน ให้ฉันได้มากผ่านทาง พวกที่เรียกว่า ลูกศิษย์ที่อ่อนแอของฉัน นั่นแหละคือประเด็น ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามอยู่ นั่นเป็นหัวข้อหนึ่ง และอีกหัวข้อหนึ่งคือ พวกเขา กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของฉัน และบอกฉันว่าควรทำอย่างไร ควรทำอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัย เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไปได้ โอ้พระเจ้า ถ้าไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ทั่วโลก ฉันคงไม่อยากมีชีวิต อยู่บนโลกนี้เลย ไม่เลย นี่มันโลกแบบไหนกันเนี่ย? แม้แต่คุณเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ หลายคนบอกฉันแบบนั้น ไม่ใช่เพราะคุณเป็นโรคซึมเศร้า หรืออะไรหรอก แต่เพราะคุณเคยผ่านมันมาแล้ว และเข้าใจโลก อย่างถ่องแท้แล้วว่า แท้จริงแล้ว มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ยิ่งใหญ่ มหึมาจริง ๆ และเพราะเราต้องคลุกคลีกับ ภาพลวงตานี้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะมนุษย์ และชาวสัตว์ที่น่าสงสารที่ถูก ทารุณกรรม ทรมาน และถูกฆ่า เพียงเพื่อความพึงพอใจ เพียงไม่กี่นาทีของมนุษย์ โอ้ พระเจ้า ใช่แล้ว พระเจ้าก็ไม่ทรงต้องการ เก็บโลกเช่นนั้นไว้ ดังนั้น บัดนี้ สวรรค์ ตามพระบัญชาของพระเจ้า จึงต้องชำระล้าง ชำระล้างผู้ที่ไม่ต้องการ มีชีวิตอยู่ในอนาคตที่สดใส รู้แจ้ง และสงบสุข พวกท่านจะต้องชำระล้างพวกเขา ให้หมดไป ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อที่ในอนาคตจะเหลือไว้ แต่ผู้ที่ทรงคุณธรรม ที่มีระดับความสำเร็จ ทางจิตวิญญาณสูงส่ง ในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ อย่างน้อยก็คนเหล่านั้นที่เชื่อ ในพระเจ้าอย่างจริงใจ อ่อนน้อม และซื่อสัตย์ และอธิษฐานขอการให้อภัยและ ความช่วยเหลือ และเปลี่ยนแปลงตนเองให้ เป็นจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ เช่น ไม่กินเนื้อชาวสัตว์อีกต่อไป แม้แต่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ แมลง หรือ... ใครก็ตามที่เห็นชอบว่า มนุษย์สามารถกินแมลงได้ สิ่งใดที่เคลื่อนไหวได้ ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิต แค่คิดเกี่ยวกับ การฆ่าพวกเขามากิน... โอ้ มันโหดร้ายมาก มันไร้มนุษยธรรมเหลือเกิน คุณไม่สามารถขึ้นสวรรค์ได้ด้วยสิ่งนี้ ชาวสวรรค์ พวกเขาไม่ประพฤติตัวแบบนี้ พวกเขาไม่ได้ล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร พวกเขาไม่ทะเลาะกัน พวกเขาไม่ก่อสงคราม พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยม ด้วยความรัก ความเมตตา ความกรุณา ความกรุณา เป็นสิ่งมีชีวิต ที่บริสุทธิ์ดุจนักบุญ แม้แต่ สวรรค์ชั้นต่ำก็เป็นเช่นนั้นแล้ว และสวรรค์ชั้นสูงกว่านั้น ก็เป็นอีกหมวดหมู่หนึ่งที่ แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ยากที่จะอธิบายได้ พวกเขามีแต่แสงสว่างเต็มเปี่ยม ยิ่งพวกเขาสูงขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากที่จะจดจำ มองเห็น หรือมองเห็นรูปร่างของพวกเขาได้ เพราะพวกเขาจะกลายเป็น เพียงแสงสว่าง พลังงานที่เจิดจรัส เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา งดงาม และรุ่งโรจน์ แน่นอน- หากคุณสามารถ มองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ และตอนนี้ เนื่องจากงาน ประชุมที่กล่าวถึงข้างต้น พุทธะกษัตริย์บางพระองค์ เป็นห่วงความปลอดภัยของฉัน และบอกให้ฉันทำอะไร ตัวอย่างเช่น พุทธะกษัตริย์องค์หนึ่ง ตรัสกับฉันว่า ฉันจำเป็นต้องมีชาวสุนัข เพราะทุกคืน ทุกวัน พวกเขาจะปกป้องฉัน และพุทธะกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง ตรัสว่า ไม่ ฉันจำเป็นต้อง ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อ ความปลอดภัย เพราะพระองค์ตรัส ว่า "ความปลอดภัยสำคัญที่สุด" พระองค์ตรัสว่าฉันต้องมี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อยู่รอบ ๆ หรือ ภายในบ้านของฉัน ฉันยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ฉันจดบันทึกไว้ประมาณ 10 ประเด็นหลัก แต่ฉันไม่ได้ถามพุทธะกษัตริย์องค์ใด เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชนิดไหน เป็นตัวอย่าง เพราะฉันไม่รู้เรื่อง อิเล็กทรอนิกส์เลย ฉันรู้เรื่องนี้น้อยมาก ฉันมีแค่คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง และโทรศัพท์สองเครื่อง ซึ่งฉัน ไม่สามารถใช้ส่งข้อความได้ด้วยซ้ำ ฉันลองแล้ว ฉันเรียนรู้แล้ว แต่แล้วก็ลืมไปอีก เพราะฉันแทบไม่ได้ส่งข้อความหาใครเลย และแม้แต่ในป่า ต่อให้คุณอยู่ห่างจากฉันแค่ 100 เมตร โทรศัพท์ของฉัน ก็ติดต่อคุณไม่ได้ โทรศัพท์ของฉันไม่สามารถ แสดงข้อความใด ๆ ให้คุณได้ หรืออาจจะส่งข้อความมาหาคุณใน อีกสองวันต่อมา หรือหลายชั่วโมง ต่อมา หรืออาจจะไม่ส่งมาเลยก็ได้ ดังนั้น มันจึงน่าหงุดหงิดมาก และบางครั้งโทรศัพท์ ใช้งานไม่ได้ มันไม่ส่งสัญญาณออกไป หรือคนที่คุณต้องการโทรหา ไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ เลย และบางครั้ง ฉันก็ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน หลายชั่วโมง เพื่อโทรติดต่อ ใครสักคนในที่อื่น บางทีคนคนนั้นอาจจะอยู่ในป่า หรือที่ไหนสักแห่งเหมือนกันก็ได้ การส่งไม่สำเร็จ และพวกเขาก็อยู่ในเมืองด้วยเช่นกัน แต่จริง ๆ แล้ว ฉันไม่ เคยโทรหาใครในเมืองเลย ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ พวกเขาอาศัยอยู่ในสังคม หมายความว่าอาศัยอยู่ในชานเมือง หรือบริเวณชายขอบเมืองที่เงียบสงบ หรืออยู่นอกเมือง อะไรทำนองนั้น และบางครั้งพวกเขาก็ ไม่ได้รับข้อความของฉัน หรือไม่รับสายของฉัน และฉันต้อง ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันยังไม่เคยส่งข้อความหาใครเลย เพราะฉันลองส่งหลายครั้งแล้ว ด้วยโทรศัพท์ของตัวเอง ฉันมีโทรศัพท์สองเครื่อง เผื่อในกรณีที่เครื่องหนึ่งใช้การไม่ได้ หรือแบตหมด ฉันลองทำทั้งสองเครื่องพร้อมกัน แล้วฉันก็ลืมวิธีทำไปแล้ว เพราะไม่ได้ทำบ่อยนัก ฉันไม่ทำมันเลย ก็เพราะอย่างนั้น ส่วนใหญ่แล้ว ฉันก็ทำงาน อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ สักครู่ ฉันจะลองดูว่าฉันจำอะไรได้อีกบ้าง ใช่ ตอนนั้นเป็นเวลา ตี 5 แล้ว ฉันไม่ได้นอนเลย ทั้งคืน พยายามทำงานให้เสร็จ สำหรับสุพรีมมาสเตอร์ทีวี โดยส่วนใหญ่จะไม่เคยก่อนเที่ยงคืน มันจะดำเนินต่อไปจนถึงเช้า หรือต่อเนื่องไปจนถึง เอกสารชุดต่อไป ที่พวกเขาจะส่งมาให้ฉันแก้ไข สำหรับโทรทัศน์สุพรีมมาสเตอร์ ฉันเป็นสมาชิก ของหลายทีม ไม่ใช่แค่ทีมเดียว เพราะฉันต้องตรวจสอบทุกทีม ทีมไหนก็ตามที่มีรายการ ออกอากาศทางทีวีของเรา ฉันก็ต้องร่วมงานกับพวกเขา แต่โชคดีที่งานตัดต่อ ไม่หนักหนาสาหัสเกินไป เพราะตอนนี้เรามีระบบที่ดีกว่าแล้ว เรามีบุคลากรที่มีความสามารถมากกว่าเดิม และทุกอย่างก็เริ่ม เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ไม่เหมือนกับช่วงแรก ๆ ที่ฉันต้อง คอยสังเกตทุกคำ ทุกเครื่องหมาย จุลภาค ทุกเครื่องหมายขีด และทุกตัวอักษรอย่างละเอียด แต่ฉันก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ แม้กระทั่งเพื่อให้ แน่ใจว่าพวกเขาไม่ทำผิดพลาด หรือเขียนได้ดี จนฉันไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติม หรือแก้ไขอะไรเลย ฉันก็ยังต้องอ่านพวกมันก่อนอยู่ดี มันเป็นงานเยอะมาก ไม่ใช่แค่การอ่าน แต่ฉันยังต้องดูวิดีโอ ที่พวกเขาส่งมาด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นงานที่ค่อนข้างเยอะ และฉันไม่มีเวลาพอ สำหรับอะไรเลยนอกจากงาน และยังมีงานเสริมอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างที่คุณรู้ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ตอนนี้ ก็วันนี้ พระเจ้าทรงประสงค์ให้ฉันคุยพระองค์ พระองค์ถึงกับนัดหมายกับฉันไว้ ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วด้วย ฉันพูดว่า "ทำไมไม่ตอนนี้ล่ะ พระเจ้า?" พระองค์ทรงตอบว่า “ไม่ ประมาณ 10 โมง” โอ้ ฉันจึงต้องรีบ รีบ รีบ 10 โมง และก็เลย มาสายไปสองสามนาทีด้วยซ้ำ และพระเจ้าตรัสว่า "ไม่ต้องห่วง เราจะให้เวลาท่านอีก 19 นาที" ว้าว เวลา 10:19 เป๊ะ ฉันเพิ่งทำทุกอย่าง ที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อย คือ อะไรก็ตามที่ต้อง ส่งด่วน ๆ ไป เพราะ เรามีรายการทุกวัน ฉันไม่สามารถพูดว่า "โอ้ ฉันจะทำในสัปดาห์หน้า" หรือ "พรุ่งนี้" ได้ บางรายการไม่สามารถทำได้ใน วันพรุ่งนี้ ต้องทำเดี๋ยวนี้ ดังนั้น พระเจ้าทรงทราบว่าฉันยุ่ง ฉันบอก "ตอนนี้เราคุยกันได้แล้วพระองค์ท่าน” พระองค์ตรัส "ไม่ ภายหลัง เวลาสี่ทุ่ม" นับว่าโชคดี เพราะหลายรายการ ที่ต้องทำให้เสร็จก่อน พรุ่งนี้ – เนื่องจาก จะออกอากาศพรุ่งนี้ – ก็เสร็จ เรียบร้อยแล้วก่อนหน้านั้น ฉันคิดว่าฉันยังมี อีกหลายรายการที่ยังไม่เสร็จ แต่พวกนั้นไม่ใช่เร่งด่วน นั่นคือเหตุผลที่ประมาณสี่ทุ่ม อันที่จริง สี่ทุ่มยี่สิบนาที ตอนที่ฉันไปที่นั่นตรงเวลา และเพราะในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อไม่กี่วันก่อนหรืออาจจะสัปดาห์ก่อน ที่พระองค์ตรัสถึง ความปลอดภัยของฉันในป่า ดังนั้นฉันจึงระมัดระวังมากขึ้น และเมื่อคืน ก่อนที่ชาวสุนัขจิ้งจอก จะมาบอกฉัน พระเจ้าก็บอกฉันแล้ว ว่ามันไม่เป็นไร อย่างน้อยวันนี้ 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น ทุกวัน ฉันจะถามเฉพาะเรื่องที่จะ เกิดขึ้นในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า เท่านั้น เพราะนั่นคือทั้งหมดที่ ฉันสามารถจัดการได้ระหว่างงาน โทรทัศน์และเรื่องอื่นๆ ทั้งเรื่องธุรกิจ และการดูแลสมาชิกในทีมที่ ฉันสามารถติดต่อได้ ส่วนใหญ่สมาชิกทีมในบ้าน เพราะพวกเขาก็มีเพียงร่างกาย มนุษย์เช่นกัน คือเนื้อหนัง นุ่มนิ่ม อ่อนโยน และ บางครั้งก็พวกเขาก็มีปัญหา อาจเป็นเพราะรู้สึกไม่สบายกะทันหัน หรืออาจสะดุดล้ม หรือมีอะไรที่ทำให้เท้า หรือนิ้วเท้าบาดเจ็บได้ แล้วฉันก็ต้องพูดคุย และบอกพวกเขาว่าควรทำอะไร เพราะบางครั้ง พวกเขายุ่งเกินไป ฉันไม่คิดว่าพวกเขาควรทำอย่างนั้น แต่มันไม่ปลอดภัยที่จะปล่อย ความเจ็บปวดหรือความไม่สบายตัว ทิ้งไว้ไม่รักษา เราต้องจัดการเรื่องนี้ทันที และวิธีการจัดการก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย พวกเขาชอบพูดคุยกับฉัน และขอคำแนะนำจากฉัน ฉันจึงต้องใช้เวลาอยู่กับพวกเขา บางครั้งเป็นชั่วโมง เพื่อพูดคุย ปลอบโยน และอะไรทำนองนั้น และเรื่องหนึ่งก็เลยนำไปสู่เรื่องอื่น ๆ บางครั้งเราก็คุยเรื่องแบบนั้น เพื่อให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นด้วย และนี่ก็เป็นโอกาสที่จะ ได้สนทนากันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เปิดเผยมากขึ้น และผ่อนคลายมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงเป็นผลดีต่อพลัง ในการทำงานและความสัมพันธ์ ในฐานะเพื่อนร่วมทีมด้วย Photo Caption: “ข้อความที่ฉลาดจากพระอาทิตย์ มีใครได้ยินบ้างไหม?”











